• ตุลาคม 16, 2021

ทำความรู้จัก กีฬา ชนไก่ กีฬาพื้นบ้านของไทยมีมาแต่สมัยโบราญ

กีฬาไก่ชน

ชนไก่ กีฬาเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคโบราณ

กีฬาอีกหนึ่งประเภทที่เราจะได้เห็นกันบ่อยครั้งในละคร หรือภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ก็คือกีฬาไก่ชน ซึ่งเป็นการละเล่นของไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่ในยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจึงจะพาคุณไปรู้จักกับประวัติความเป็นมาของกีฬาไก่ชน รวมถึงประเภทและลักษณะของไก่ชนที่ถือเป็นไก่ชนชั้นดีที่นิยมเลี้ยง ทั้งเพื่อความสวยงามและเลี้ยงเพื่อการแข่งขันมาฝากกัน

กีฬาชนไก่เป็นกีฬาและการละเล่นพื้นเมืองพื้นบ้านของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนอกจากในประเทศไทยแล้ว การชนไก่ก็ยังเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียอีกด้วย สำหรับในประเทศไทยกล่าวกันว่า ความเป็นมาของการกีฬาชนไก่มีมาตั้งแต่สมัยตามพรลิงค์และศรีวิชัย เนื่องจากในสมัยนั้นชาวบ้านนิยมประกอบกอาชีพเกษตรกรรม จึงนิยมเลี้ยงไก่กันไว้แทบทุกบ้าน ทำให้นอกจากจะเลี้ยงไว้เพื่อออกไข่และรับประทานแล้ว ยังนิยมเลี้ยงไว้เพื่อความบันเทิงทั้งเพื่อเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามและเลี้ยงไว้เพื่อการละเล่นในเชิงกีฬาซึ่งก็คือการชนไก่อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นในอำเภอท่าศาลา  อำเภอศิชล รวมถึงอำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอไชยา อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นแหล่งไก่ชั้นดีและมีความเป็นมาของกีฬาชนไก่มาอย่างยาวนาน

เมื่อทราบถึงประวัติความเป็นมาของกีฬาไก่ชนกันแล้ว เรามารู้จักกับไก่ชนชั้นดี ที่นิยมเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามและนิยมเลี้ยงไว้สำหรับการแข่งขันกัน เนื่องจากกีฬาประเภทนี้เป็น

ที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน จึงได้มีตำราการดูไก่ชน การคัดเลือกพันธุ์ การเลี้ยง ฝึกฝนไก่ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับการดูลักษณะไก่เก่งตามตำรานั้น ต้องเริ่มดูจากใบหน้า ไก่ชนที่ดีต้องมีใบหน้าเกลี้ยงเกลา ปากต้องเป็นสีตามพันธุ์ไก่นั้น ๆ ปากต้องใหญ่ แน่น แข็งแรง ปลายงุ้มไม่ยาวและไม่สั้นจนเกินไป ปากบนมีร่องน้ำ จมูกกว้างใหญ่ ตามีประกายแจ่มใส นัยน์ตาดำเล็ก ตาขาวมีสีขาว หงอนเล็ก ฐานหงอนหนา กะโหลกศีรษะหนาอวบ ลำตัวยาว กระดูกใหญ่ อกผาย ไหล่ผึ่ง ปีกยาวใหญ่ สีขนชัดเจนเป็นไปตามพันธุ์ เป็นต้น

ปัจจุบันการเลี้ยงไก่ชนถือเป็นธุรกิจประเภทหนึ่งซึ่งสามารถทำรายได้ได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาชนิดนี้  เริ่มตั้งแต่การเพาะเลี้ยงไก่ชนพันธุ์ดี การฝึกฝนไก่ชน การแข่งขันชนไก่ ซึ่งผู้เลี้ยงและผู้ฝึกฝนต้องสั่งสมทั้งความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ไก่ชนพันธุ์ดีไว้ลงแข่งในสนาม

ชนิดของไก่ชน

เมื่อทราบถึงประวัติความเป็นมาของกีฬาไก่ชนกันแล้ว เรามารู้จักกับไก่ชนชั้นดี ที่นิยมเลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามและนิยมเลี้ยงไว้สำหรับการแข่งขันกัน เนื่องจากกีฬาประเภทนี้เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน จึงได้มีตำราการดูไก่ชน การคัดเลือกพันธุ์ การเลี้ยง ฝึกฝนไก่ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับการดูลักษณะไก่เก่งตามตำรานั้น ต้องเริ่มดูจากใบหน้า ไก่ชนที่ดีต้องมีใบหน้าเกลี้ยงเกลา ปากต้องเป็นสีตามพันธุ์ไก่นั้น ๆ ปากต้องใหญ่ แน่น แข็งแรง ปลายงุ้มไม่ยาวและไม่สั้นจนเกินไป ปากบนมีร่องน้ำ จมูกกว้างใหญ่ ตามีประกายแจ่มใส นัยน์ตาดำเล็ก ตาขาวมีสีขาว หงอนเล็ก ฐานหงอนหนา กะโหลกศีรษะหนาอวบ ลำตัวยาว กระดูกใหญ่ อกผาย ไหล่ผึ่ง ปีกยาวใหญ่ สีขนชัดเจนเป็นไปตามพันธุ์ เป็นต้น

สายพันธุ์ไก่ชน

   เหลืองหางขาว    ไก่ชนพระนเรศวรมหาราช เป็นไก่ชนตามประวัติศาสตร์ซึ่งปรากฏอยู่ในพงศาวดาร เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพำนักอยู่ในกรุงหงสาวดี ประเทศไก่ชนพระนเรศวรมหาราช เป็นไก่ชนตามประวัติศาสตร์ซึ่งปรากฏอยู่ในพงศาวดาร เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพำนักอยู่ในกรุงหงสาวดี ประเทศพม่า พระองค์ทรงนำไก่เหลืองหางขาวไปจากเมืองพิษณุโลก เพื่อนำไปชนกับไก่ของพระมหาอุปราชา เป็นไก่ชนที่มีลักษณะพิเศษมีความเฉลียวฉลาดในการต่อสู้ จึงชนชนะ จนได้รับสมญาว่า “เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง” ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก ได้ศึกษาค้นคว้า และทำการส่งเสริมเผยแพร่ โดยจัดประกวดครั้งแรกขึ้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2533 และในปี 2534 ได้จัดตั้ง ชมรมอนุรักษ์ไก่ชนพระนเรศวรมหาราชขึ้นที่ ตำบลหัวรออำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลกโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การ บริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกจนถึงปี 2542 ได้จัด ตั้งกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ไก่ชนพระนเรศวรมหาราชขึ้นทุกอำเภอ รวม 12 กลุ่มเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ให้คงอยู่ เป็นสมบัติคู่ชาติตลอดไปพม่า พระองค์ทรงนำไก่เหลืองหางขาวไปจากเมืองพิษณุโลก เพื่อนำไปชนกับไก่ของพระมหาอุปราชา เป็นไก่ชนที่มีลักษณะพิเศษมีความเฉลียวฉลาดในการต่อสู้ จึงชนชนะ จนได้รับสมญาว่า “เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง” ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก ได้ศึกษาค้นคว้า และทำการส่งเสริมเผยแพร่ โดยจัดประกวดครั้งแรกขึ้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2533 และในปี 2534 ได้จัดตั้ง ชมรมอนุรักษ์ไก่ชนพระนเรศวรมหาราชขึ้นที่ ตำบลหัวรออำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลกโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การ บริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกจนถึงปี 2542 ได้จัด ตั้งกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ไก่ชนพระนเรศวรมหาราชขึ้นทุกอำเภอ รวม 12 กลุ่มเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ให้คงอยู่ เป็นสมบัติคู่ชาติตลอดไป

 

ประดู่เลาหางขาว    ไก่ชนพันธุ์ประดู่เลาหางขาว แหล่งกำเนิด เชื่อว่ามาจากพระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี กำแพงเพชร มีนบุรี หนองจอก สุโขทัย ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช ประเภท เป็นไก่ชนไทยขนาดกลาง ตัวผู้หนัก 3.00 – 4.00 กก. ตัวเมียหนัก 2.50 – 3.00 กก. สีของเปลือกไข่ เปลือกไข่สีน้ำตาลอ่อน สีของลูกเจี๊ยบ ขนหัว ขนคอขาว ขนหางดำ ปีกในสีดำ ปีกนอกสีขาว หน้าคอ หน้าท้องสีขาว ประวัติความเป็นมา ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีความเป็นมาอย่างไร พัฒนามาจากไก่สายพันธุ์ใด ในประวัติศาสตร์ หรือการบันทึกยังไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญท่านใดในประวัติศาสตร์

ไก่พันธุ์ประดู่หางดำ ได้รับการรวบรวมและพัฒนาสายพันธุ์จากไก่พื้นเมืองภาคเหนือ โดยศูนย์วิจัยและ บำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ เพื่อให้เป็นไก่ที่ให้ผลผลิตดี มีความต้านทานต่อโรคและสภาพอากาศของภาคเหนือ ขนาดโตเต็มที่หนัก 2.8-3.5 กก. เริ่มวางไข่เมื่ออายุ 6 เดือน ให้ไข่ปีละ 120- 180 ฟอง/แม่ และผลิตลูกไก่ได้ปีละ 40-60 ตัว/แม่ สามารถฟักไข่และเลี้ยงลูกเอง เหมาะสำหรับนำไปปรับปรุงพันธุ์กับไก่พื้นเมืองที่มีขนาดเล็กอยู่ ให้ได้ไก่ที่มีขนาดโตขึ้น ทนทานต่อโรคและปรับปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศในพื้นที่ได้ดี

ไก่ชนพันธุ์ทองแดงหางดำ ไก่ชนสายพันธุ์นี้ เป็นพันธุ์แท้แต่โบราณ ทราบได้สมัยอยุธยา ตอนฉลองกรุงหงสาวดีจัดให้มีการชนไก่ หน้าพระที่นั่งพระเจ้าบุเรงนอง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชครั้นยังทรงพำนักอยู่หงสาวดี ได้มีรับสั่งให้สมเด็จพระน้องยาเธอ พระเอกาทศรถ นำไก่ไทยไปร่วมชนในงานฉลองกรุงหงสาวดีครั้งนั้นด้วยไก่ทองแดงหางดำ ได้ไปสร้างชื่อเสียงเอาชนะไก่พม่าได้อย่างง่ายดาย

ไก่ชนพันธุ์เขียวเลาหางขาว  สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทย กำหนดไว้เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2544 ในงานภูมิปัญญาเกษตรกรไทย ณ. อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี แหล่งกำเนิด มีแหล่งกำเนิดที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร เพชรบุรี สุพรรณบุรี อยุธยา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอีกหลายจังหวัดในประเทศไทย สีเปลือกไข่ เปลือกสีขาวอมน้ำตาล ลูกเจี๊ยบหัวขาว หน้าคอ หน้าอกสีขาว สันหลังดำ ปีกในดำ ไชปีกนอกขาว ปาก แข้ง เล็บ เดือย สีขาวอมเหลือง อมน้ำตาล ตาสีขาวอมเหลือง

ก่ชนพันธุ์เทาหางขาว  ไก่เทา หรือไก่สีเทา หรือไก่เถ้า มีแหล่งกำเนิดทั่วไปของประเทศไทย แหล่งกำเนิดไก่เทาที่มีชื่อเสียง เช่น จังหวัดตาก, อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี, อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และแถบภาคอีสานจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ นครราชสีมา อุบลราชธานี เป็นต้น ไก่เทาเป็นไก่ขนาดกลางน้ำหนักตัวเฉลี่ยตัวผู้ประมาณ 3-3.5 กก. ตัวเมียประมาณ 2-3 กก.

writer

Read Previous

เทรนด์ แฟชั่น เกาหลีปี 2021สุดปัง!!

Read Next

จัดอันดับ นักเตะค่าตัวแพง ที่สุดในโลก 2021

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *