• ตุลาคม 16, 2021

ส่องความนิยม ‘เครื่องราง’ เสริมโชคลาภ ของคนไทย

เครื่องราง
Jpeg

ส่องความนิยม ‘เครื่องราง’ เสริมโชคลาภ ของคนไทย เมื่อ ‘เครื่องราง’ สัมพันธ์กับการซื้อ ‘หวย‘ ของคนไทย ชวนรู้ว่าเครื่องรางมีอิทธิพลต่อคนไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ ผูกพันกับความเชื่อของผู้คนอย่างไร แล้วเครื่องรางแบบไหนที่คนอยาก “รวย” นิยมกัน?ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยบางกลุ่มชอบการเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง หรือลงทุนความเสี่ยงสูงกับ “หวย” หรือ “สลากกินแบ่งรัฐบาล” เพื่อหวัง “รวย” ทางลัด ซึ่งเรื่องนี้ก็ว่ากันไม่ได้เพราะเป็นความเชื่อ(และความชอบ)ส่วนบุคคล แต่สิ่งหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับการซื้อหวยของคนไทยในแง่ของความเชื่อ นั่นก็คือ “เครื่องราง” ของขลังต่างๆ บางคนนิยมพกติดตัวไว้นัยว่าเป็นการส่งเสริมดวงด้านโชคลาภ เงินทอง เรียกทรัพย์ เป็นต้น

เครื่องราง เป็นของที่มีมานานคู่กับพัฒนาการของมนุษย์ทุกชาติทุกภาษาก็ว่าได้ เพราะเรื่องของ “ความเชื่อ” เป็นสถาบันอย่างหนึ่งที่สัมพันธ์กับความเป็นมนุษย์ของคนเรา เป็นสิ่งจําเป็นในการป้องกันภัยอันเกิดจากการกระทําของสิ่งเหนือธรรมชาติที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้ หรือเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

การสร้างเครื่องรางของขลังในยุคแรกของคนไทย เริ่มมีที่มาจากความเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติ และการคารพนับถือผีและวิญญาณ (animism) รวมถึงการเคารพหรือยำเกรงต่อสัตว์ที่มีอำนาจ จึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องราง เช่น

เครื่องรางรูปเสือ : เนื่องจากเสือเป็นสัตว์ป่าทรงอำนาจ เมื่อนำมาทำเป็นเครื่องรางแล้วเชื่อว่าจะทำให้ผู้บูชามีตบะเดชะ เป็นที่เคารพยำเกรงของผู้อื่น

เครื่องรางรูปไก่ : สร้างโดยพิจารณาจากลักษณะนิสัยของไก่ เนื่องจากไก่ชอบขุ้ยเขี่ย ขยันหากิน เมื่อพกเครื่องรางรูปไก่เชื่อว่าจะช่วยในการประกอบอาชีพ ทำมาหากินสะดวก ค้าขายร่ำรวย

เครื่องรางรูปจิ้งจก : เป็นสัตว์ที่พรางตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี หลายคนจึงเชื่อว่าพกเครื่องรางนี้แล้วจะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ได้ เป็นต้น

ในยุคต่อๆ มาจนมาถึงในยุคปัจจุบัน พบว่าคนไทยก็ยังคงมีความเชื่อเรื่อง “เครื่องราง” ต่างๆ อยู่เช่นเดิม โดยเฉพาะเครื่องรางที่ให้คุณด้านโชคลาภ เงินทอง เรียกทรัพย์ จะเป็นที่นิยมมากเป็นพิเศษ เพราะมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมของกลุ่มผู้ที่ชอบการเสี่ยงโชคด้วยการซื้อ “หวย” หรือ “สลากกินแบ่งรัฐบาล” 

สำหรับเครื่องรางที่คนไทยส่วนหนึ่งนิยมพกติดตัวหรือนิยมบูชา ด้วยเชื่อว่าจะช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภ เงินทอง การค้าขาย ความมั่งคั่งมั่งมี เรียกทรัพย์ ก็มีอยู่หลายอย่าง ในที่นี้เราได้รวบรวมมาให้ดูคร่าวๆ บางชนิด ดังนี้

1. หุ่นไอ้ไข่/เหรียญไอ้ไข่ วัดเจดีย์

ประวัติเครื่องรางไอ้ไข่ วัดเจดีย์ รุ่นแรกสร้างปี 2526 โดยสร้างเป็นลักษณะเหรียญ ต่อมาสร้างอีกในปี 2535 และปี 2546 เป็นรุ่นหลังๆ ที่มีการปล่อยเช่ากันอยู่เป็นจำนวนมากในท้องตลาด โดยเครื่องรางไอ้ไข่ เชื่อกันว่าจะช่วยให้โชคลาภ เสริมดวงด้านเงินทอง ให้แก่ผู้ที่พกไว้บูชา อย่างไรก็ตาม เมื่อความต้องการเครื่องรางไอ้ไข่ วัดเจดีย์ มีมากขึ้น บางแห่งจึงมีการทำของปลอมออกมา ผู้ที่เชื่อและศรัทธาไอ้ไข่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเช่าบูชา 

2. องค์พระปิดตา

พระภควัมปติ หรือ พระปิดตา ตามประวัติแล้วมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นตัวแทนของ “พระมหาสังกัจจายนะ” หนึ่งในพระอัครสาวกสำคัญของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยพระมหาสังกัจจายนะ เกิดในวรรณะพราหมณ์ ณ กรุงอุชเชนี มีผิวกายประดุจทองคำ อุปสมบทโดยเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา (พระพุทธเจ้าทรงบวชให้) มีความจำเป็นเลิศ ย่อพระธรรมคัมภีร์ให้สั้นลงได้ อธิบายธรรมแตกฉานลึกซึ้ง

ที่สำคัญท่านมีรูปร่างและผิวกายงดงามคล้ายพระพุทธเจ้า จนทำให้ผู้คนชายหญิงหลงใหล ที่ไหนมักได้รับการสรรเสริญ เมตตามหานิยม ได้ลาภสักการะมิได้ขาด เงินทองบริจาคไหลมาเทมา

ส่วนในวงการเครื่องรางพระเครื่อง ถือว่าพระปิดตามีพุทธศิลป์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว เชื่อกันว่าสามารถดลบันดาลโชคลาภ เงินทอง ส่งเสริมให้ผู้ที่บูชามีกินมีใช้สมบูรณ์พูนสุข

3. แร่ควอทซ์ไหมทอง (หินไหมทอง)

การใช้อัญมณีในด้านต่างๆ มีมานานกว่า 5,000 ปีมาแล้ว ในอียิปต์ จีน อินเดีย กรีก โรมัน จนขยายมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อัญมณีที่เป็นที่นิยมรู้จักในสมัยเริ่มแรก ได้แก่ แอเมทิสต์ ควอตซ์ ผลึกใส การ์เนต ลาพิส-ลาซูลี ไข่มุก ปะการัง แจสเพอร์ หยก มรกตเทอร์คอยส์ เป็นต้น 

นอกจากจะใช้ประโยชน์ทางด้านความสวยงามแล้ว อัญมณีต่างๆ ยังถูกนำมาใช้เป็น “เครื่องราง” ป้องกันภัย พิษร้าย โรคร้าย ความชั่วร้ายต่างๆ เป็นเครื่องแสดงถึงความมีฐานะ ความมีอำนาจ ความมั่งคั่ง ใช้เป็นยารักษาโรค หรือแม้กระทั่งใช้แทนเงินอีกด้วย

สำหรับอัญมณีหรือแร่หินที่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ คงหนีไม่พ้น “ไหมทอง” (Golden Rutile Quartz) โดยผู้คนเชื่อว่าหินไหมทองมีคุณด้านเรียกเงิน เรียกทอง สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย อุดมสมบูรณ์ นำพาโชคลาภมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ เสริมอำนาจบารมี ปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง หากมีการสื่อสารเรื่องเงินทองให้นำสวมใส่ติดกายไว้ จะทำให้โชคดี เจรจาเป็นผลสำเร็จ เป็นต้น

4. จี้กังหัน วัดแชกงหมิว ฮ่องกง

กังหันวัดแชกงหมิว เป็นเครื่องรางที่หลายคนเชื่อว่าพกติดตัวไว้แล้วดี โดยมีตำนานเกี่ยวกับกังหันนี้ว่า มีแม่ทัพชาวจีนผู้หนึ่งนามว่า “แชกง” ผู้มีความเก่งกาจในการรบอย่างมาก จนได้รับชัยชนะในการต่อสู้ทุกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่ท่านแม่ทัพออกศึก ท่านใช้สัญลักษณ์รูปกังหัน 4 ใบพัด ติดไว้ด้านหน้ารถศึกนำขบวนในกองทัพเสมอ เมื่อออกไปรบที่ใดๆ ก็จะนำชัยชนะและความโชคดีมีสิริมงคลให้แก่กองทัพ

จี้กังหันนี้จึงกลายเป็น “เครื่องราง” ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อเสริมโชคลาภให้ผู้สวมใส่ โดยใบพัดของกังหันแต่ละใบก็มีความหมายอยู่ด้วย นั่นคือ ใบที่ 1 ช่วยให้เดินทางปลอดภัย, ใบที่ 2 ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง อายุยืน, ใบที่ 3 ให้คุณเรื่องโชคลาภ เงินทอง, ใบที่ 4 ขอพรสมดั่งปรารถนา

5. ไซดักทรัพย์ (ไซดักเงินดักทอง)

ไซดักปลา ถือเป็นอุปกรณ์ที่คนไทยใช้ทำมาหากินมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งในยุคหลังๆ ก็ได้มีการนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง ด้วยเชื่อกันว่าสามารถช่วยดักทรัพย์ ทำมาหากินคล่อง ค้าขายดี ร่ำรวยเงินทอง สามารถดักทรัพย์สินและโชคลาภได้ จึงมีคุณในเรื่องนำพาโชคลาภ มาสู่ผู้ที่บูชา อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการอยู่อาศัยให้อุดมสมบูรณ์ร่มเย็น

6. ปี่เซี๊ยะ หรือ ผีสิ่ว

เป็นสัตว์มงคลประเภทเรียกทรัพย์ บูชาแล้วทำให้ธุรกิจการค้าก้าวหน้าร่ำรวย รายได้ดี มีโชคดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง นำมาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียงมาให้กับผู้ศรัทธาเชื่อถือ ครอบครัวมีแต่ความสุขเจริญรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน เชื่อกันว่าก่อนจะนำปี่เซียะเข้าบ้าน ให้จุดธูปเทียนบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านและเจ้าที่ให้เรียบร้อยซะก่อน โดยกล่าวว่า จะขอนำปี่เซียะเข้ามาในบ้านเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป นำโชคลาภและเงินทองให้เข้ามาให้กับเรา

7. กบคาบเหรียญหรือคางคกมงคล (กิมเซียมซู)

คางคกมงคล เป็นสัตว์เทพที่มีคนนิยมไว้บูชามากที่สุดชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าถ้าพกไว้จะช่วยเรียกเงินเรียกทอง เสริมโชคลาภ ให้เข้าหาตัวเอง มีตำนานเล่าว่า “คางคกมงคล” เป็นสัตว์บนสวรรค์ที่แปลกมหัศจรรย์ โดยพระชนนีขององค์ “เง็กเซียนฮ่องเต้” เทพสูงสุดในสวรรค์ ได้เลี้ยงสัตว์ชนิดนี้ไว้ในสระบัวหน้าพระราชวัง มีลักษณะคล้ายกบกึ่งคางคกแต่มี 3 ขา มีหางเป็นปลาช่อนอยู่ด้านในมีสีทองอร่ามไปทั้งตัว

ส่วนอิทธิฤทธิ์ของกิมเซียมซู คือ ใช้ความสามารถพิเศษในการเรียกเงินเรียกทองได้ ครั้งหนึ่งกิมเซียมซูได้หนีมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของจีน เป็นหมู่บ้านที่ยากจน แห้งแล้ง กันดาร ประชาชนอดอยากมาก กิมเซียมซูได้มาอยู่กับชาวบ้านคนหนึ่งที่มีความกตัญญูดูแลพ่อแม่ กิมเซียมซูจึงได้เรียกเงินเรียกทองมากให้ชายคนนี้จำนวนมากเพื่อนำมาแจกชาวบ้าน และยังบันดาลให้ฝนตกมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งหมู่บ้านอีกด้วย

writer

Read Previous

จัดอันดับ นักเตะค่าตัวแพง ที่สุดในโลก 2021

Read Next

กินคลีน เพื่อสุขภาพ กินอย่างไร ให้ได้ผลดี

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *